posted on 29 Nov 2009 14:28 by lamzkung
กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้
ณ สวนสัตว์แห่งหนึ่ง ภายในกรงนก อันเป็นแหล่งรวมของนกสวยงามนานาพรรณ
ภายในนั้นยังมีเจ้านกยูง ผู้ที่ชอบคิดว่าตนเองสำคัญ และเป็นดาราแห่งกรงนกแห่งนี้
ทุกๆวัน มันจะกระพือปีกอันสวยงาม อวดสายตานักท่้องเที่ยวอยู่เสมอๆ
ทำให้ยิ่งนับวัน มันผยองและเข้าใจไปเอง ว่านักท่องเที่ยวล้วนชื่นชอบมัน
แต่มาวันหนึ่ง..
เจ้านกยูงเกิดล้มป่วย ไม่มีแรงลุกขึ้นมากระพือปีกอันสวยงามอีกต่อไป ได้แต่มองเพื่อนๆของมัน
ด้วยสายตาของความอิจฉา และวันนั้นเองเจ้านกยูงก็ได้รู้ความจริงอย่างหนึ่ง
เพราะนักท่องเที่ยว ยังคงคับคั่งและถ่ายรูปนกตัวอื่นเหมือนดั่งเช่นเคย
เจ้านกยูงเห็นอย่างนั้น ก็รู้สึกเสียใจ ที่ผ่านมารู้สึกไปเอง
ความจริงมันก็เป็นเพียงส่วนเติมเต็มของกรงนกแห่งนี้เพียงเท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเจ้านกยูงหายป่วย
มันก็ยังคงกระพือปีกอันสวยงามเหมือนดั่งเ่ช่นเคย แต่ไม่ได้อยู่แถวหน้าให้บดบังความงามของนกตัวอื่นอีกแล้ว
ตอนนี้มันคิดเพียงว่า มันคือส่วนเติมเต็มกรงนกแห่งนี้ และทำให้นักท่องเที่ยวมีรอยยิ้มตลอดไป
posted on 27 Jun 2009 18:53 by lamzkung
ผมนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมที่คุ้นเคยมาประจำในร้านเหล้า
พระจันทร์ทรงกลดสาดส่อง แต่พระจันทร์ไม่ได้ยิ้มให้กับใครอีก วันนี้ผู้คนในร้านดูน้อยลงไปกว่าเดิม
แต่บรรยากาศของแสงเทียนบนโต๊ะ เสียงดนตรีจากกีต้าร์โปร่ง ภาพวาดคลาสสิค
ต้นไม้ประดับและเด็กเสิร์ฟ ยังไม่เปลี่ยนไป
แต่สิ่งที่รู้สึกคือ
ผมมานั่งร้านนี้คนเดียวเป็นครั้งแรก
เพิ่งเคยรู้จักในอารมณ์ที่ต้องมานั่งกินเหล้าคนเดียว ไม่มีคนคุยด้วย
มีแต่เสียงเพลง กับความคิดฟุ้งซ่านในสมอง
ติ๊ก เด็กเสิร์ฟสาวสวย ทักทายตามปกติที่เราเจอกัน
แต่ใบหน้าซ่อนความสงสัยเอาไว้ เพราะปกติผมมักจะพาแฟนมานั่งกินด้วยกันเสมอๆ เราชอบบรรยากาศที่สบายๆ
ธรรมชาติๆ ไม่มีมลพิษ มีเสียงดนตรีเพราะๆ ให้ฟัง
แถมร้านนี้อาหารยังอร่อยมากอีกด้วย แต่ถึงจะอร่อยที่สุดในโลก ตอนนี้ผมก็คงจะกินไม่ลง
สองวันที่แล้วเราทะเลาะกันอย่างรุนแรง
เนื่องด้วยพักหลังผมไม่ค่อยมีเวลาให้เธอมากนัก
เนื่องจากหน้าที่การงานของผมกำลังไปได้ดี ก็เลยอยากจะตั้งใจทำมัน
เพื่ออนาคตของสองเรา แต่เหตุผลข้างต้นไม่อาจไม่รุนแรงและระเบิดขึ้นมา ถ้าผมไม่บังเอิญไปเจอ
แฟนผมไปกินข้าวสองต่อสองกับผู้ชายคนอื่น ซึ่งเธอให้เหตุผลว่าลูกค้า
ผมเชื่อใจเธอมาก แต่แค่อยากถามเท่านั้นเอง
เหตุการณ์เลยกลับไม่เป็นอย่างนั้น เธอโกธรอย่างรุนแรง
เก็บข้าวเก็บของทั้งหมดเข้ากระเป๋าเดินทาง น้ำตาไหลอาบสองแก้ม
เธอลากกระเป๋าเดินไปที่ประตูห้อง ผมจับมือเอาไว้และกล่าวขอโทษอย่างเสียใจ
เธอสะบัดมือออกไป มองหน้าผม แล้วบอกว่า “ถ้ารักก็
อย่าตามเค้ามา” นาทีนั้นผมทำตัวไม่ถูก
ได้แต่ยืนตัวแข็ง มองดูเธอเดินจากไป
หลังจากนั้นภาพเวลาเก่าๆ
ก็หมุนมาราวกับม้วนวีดีโอ ผมเดินเหมือนคนหมดสติในห้อง ยิ่งเห็นสิ่งต่างๆยิ่งทำให้ผมร้องไห้หนักกว่าเดิม
ผ้าห่มผืนเดิมกองอยู่ รูปภาพที่เราออกเดทกันครั้งแรก ชอคโกแลตในตู้เย็นที่เธอชอบกิน
รอยเปื้อนจางๆที่ผ้าเช็ดมือ รายการโปรดในทีวีที่มันกำลังฉายอยู่
ต่อจากนี้มันคงเหลือเพียงแค่ความทรงจำ
มองดูนาฬิกาอีก 30 นาที
ร้านก็จะปิดแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าผมดื่มเหล้าเข้าไปคนเดียวครึ่งขวด
ดนตรีที่แสนจะไพเราะเล่นกันอย่างสนุกสนาน แต่ผมกลับไม่ได้ยินมันสักนิด รู้สึกว่ามันเป็นเพียงลมที่พัดผ่าน
น้ำตาคงอยากจะออกมาล้างหน้าให้แล้วเต็มทน คิดไปก็น่าแปลก ผมกลับมาที่นี่ทำไมเพื่ออะไร
เพราะความคุ้นเคยหรือว่ายังไม่ลืมเธอ มันอาจจะดีกว่านี้ ถ้าผมเปลี่ยนร้าน ไปนั่งร้านอื่นหรือไปทำอะไรใหม่ๆ
เจอบรรยากาศใหม่ๆ
เพราะทุกอย่างตรงนี้มันยังคงเดิม
โต๊ะเก้าอี้ยังวางอยู่ตำแหน่งเดิม พี่เจ้าของร้านยังใจดีและเป็นกันเองเหมือนเคย
ติ๊กก็ยังวิ่งวุ่นกับการดูแลลูกค้าไม่เปลี่ยนเลย
ทันใดนั้น
ขณะที่นักดนตรีกำลังเล่นเพลงโปรดของผมอยู่ สายกีต้าร์ก็ขาดกลางคัน ทุกอย่างเปลี่ยนไป
กลายเป็นว่าวันนี้ไม่มีดนตรีสด แต่เปิดแผ่นเล่นดนตรีแทน
ผมเริ่มเข้าใจแล้วทุกอย่างในโลกไม่แน่นอน ไม่มีอะไรคงอยู่เสมอไป แม้กระทั่งใจคน
จริงที่พระพุทธเจ้าบอก สุขทุกข์อยู่ที่ใจ ผมคงไม่ไปในร้านอื่นแล้วละ
ถ้าผมยังลืมเธอไม่ได้
posted on 21 May 2009 19:49 by lamzkung
ทำไมเขาบอกให้ฉันพัฒนา
ทำไมเขาบอกให้ฉันไขว่คว้า
ทำไมเขาถึงว่า ฉันจะมีความสุขมากกว่า
ถ้าได้เธอมาครอบครอง
ใครจะไปรู้
ว่าเส้นทางข้างหน้า
มันมีโค้งหักศอกอยู่เยอะเพียงใด
ใครจะไปรู้
ว่าน้ำป่าอาจจะไหลลงมาทับเราตาย
เอาอย่างนี้ล่ะกัน
ฉันจะล้มตัวนอนลงตรงนี้
ถึงแม้ไม่ได้มีเธอข้างกาย
เอาอย่างนี้ล่ะกัน
ฉันจะล้มต้วนอนลงตรงนี้
แล้วยอมรับว่าเป็น "ควาย"
เพราะจะให้ฉันตามหามันเพื่ออะไร
ถ้าวันพรุ่งนี้ไม่มีฉันอยู่
ฉันขอแค่มีลมหาย ไว้เพ้อฝันไปวันๆ แค่นี้ก็พอแล้วละ.........